8 กลยุทธ์ประหยัดภาษี

 

8 กลยุทธ์ประหยัดภาษี

เป็นประจำทุกปีในเดือนมกราคม-มีนาคม ผู้ที่เงินได้จากการทำงาน จะต้องยื่นแบบแสดงรายการเงินได้เพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาต่อกรมสรรพากร ซึ่งผู้มีเงินได้ส่วนใหญ่มีความเข้าใจต่อการเสียภาษี สามารถกรอกแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อย่างถูกต้องอยู่แล้ว แต่เนื่องจากว่าในช่วง 1-2 ปีหลัง รัฐได้เพิ่มค่าลดหย่อนในรายการลงทุนต่างๆ มากขึ้น จะทำให้ผู้มีเงินได้ที่เตรียมจะยื่นแบบเพื่อเสียภาษีสับสนได้

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร ได้ให้ข้อมูล การเงินธนาคาร เกี่ยวกับการยื่นแบบแสดงรายการเงินได้เพื่อให้เสียภาษีอย่างถูกต้องสำหรับปีภาษี 2553 ขณะเดียวกัน นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเคนซี่ จำกัด ได้ให้แนวทางสำหรับการยื่นแบบเสียภาษี รวมทั้งแนะนำถึงการคำนวณสิทธิประโยชน์ในรูปของค่าลดหย่อนต่างๆ ได้ครบถ้วน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เสียภาษีได้ครบถ้วนได้อย่างถูกต้องแล้ว ยังมีโอกาสได้รับคืนจากภาษีที่ได้ชำระไปด้วย

ตรวจแหล่งสร้างเงินได้ รับรายเดือนหรือค่าจ้าง

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ก่อนที่จะยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้มีเงินได้ต้องรู้ว่าแหล่งที่มาของรายได้นั้นจัดอยู่ในกลุ่มใดระหว่าง

  1. ผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน และ
  2. ผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป โดยกลุ่มแรกผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน ได้แก่เงินได้ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากรประเภทเดียว ซึ่งยังแบ่งออกเป็น 1. ผู้ที่เป็นโสด มีเงินได้พึงประเมินเกิน 50,000 บาท และ 2. ผู้ที่มีคู่สมรส มีเงินได้พึงประเมินไม่ว่าฝ่ายเดียวหรือทั้งสองฝ่ายรวมกันเกิน 100,000 บาท ทั้ง 2 กลุ่มนี้จะต้องใช้แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน ภ.ง.ด.91

เงินได้ตามมาตรา 40(1) ได้แก่ เงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินค่าเช่าบ้าน เงินที่คำนวณได้จากมูลค่าของการได้อยู่บ้านที่นายจ้างให้อยู่โดยไม่เสียค่าเช่า เงินที่นายจ้างจ่ายชำระหนี้ใดๆ ซึ่งลูกจ้างมีหน้าที่ต้องชำระและเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ใดๆ บรรดาที่ได้เนื่องจากการจ้างแรงงาน เงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน รวมทั้งเงินชดเชยตามกฎหมายแรงงานไม่ว่าจะมีระยะเวลาการทำงานน้อยกว่า 5 ปี หรือระยะเวลาการทำงาน 5 ปีขึ้นไป ที่เลือกนำมารวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่น

กรณีที่ไม่เลือกนำเงินที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงานมารวมคำนวณภาษีกับเงินได้อื่น ให้แสดงรายการในใบแนบและยื่นมาพร้อมกับแบบ ภ.ง.ด.91ด้วย

กลุ่มที่สอง ผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป หมายถึง ผู้มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) ถึง (8) แห่งประมวลรัษฎากรหลายประเภทหรือประเภทเดียว แต่ไม่ใช่เงินได้ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากรประเภทเดียว ได้แก่ 1. ผู้ที่เป็นโสด มีเงินได้ถึงประเมินเกิน 30,000 บาท 2. ผู้ที่มีคู่สมรส มีเงินได้พึงประเมินไม่ว่าฝ่ายเดียวหรือทั้งสองฝ่ายรวมกันเกิน 60,000 บาท 3. กองมรดก ที่ยังไม่ได้แบ่ง มีเงินได้พึงประเมินเกิน 30,000 บาท 4. ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล มีเงินได้พึงประเมินเกิน 30,000 บาท และ 5. วิสาหกิจชุมชนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเฉพาะที่เป็นห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลต้องจดทะเบียนและได้ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนจากรมส่งเสริมการเกษตรตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนปี พ.ศ.2548 ถ้ามีเงินได้พึงประเมินเกิน 1,800,000 บาท ในปีภาษี ให้นำเงินได้ทั้งหมดมาคำนวณภาษีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) ถึง (8) ให้รวมถึงเงินค่าภาษีอากรที่ผู้อื่นออกแทนให้สำหรับเงินได้ ไม่ว่าในทอดใด สำหรับกลุ่มที่สองนี้จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป ภ.ง.ด.90

ประมวลค่าลดหย่อน สำรวจสิทธิยกเว้นให้ครบ

นายสาธิตกล่าวว่า ในการคำนวณภาษีของมีเงินได้จากการจ้างแรงงานนั้น มีรายการเงินได้ที่ได้รับการยกเว้น คือ เงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนที่สอง เกิน 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 490,000 บาท แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของค่าจ้าง นอกจากนี้ ยังการยกเว้นเงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) รวมไปถึงเงินสะสมกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 500,000 บาท

นอกจากนี้ ผู้ที่มีอายุเกิน 65 ปีขึ้นไป จะได้รับการยกเว้นเงินได้ 190,000 บาท เช่นเดียวกับคนพิการที่มีอายุไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ และมีบัตรประจำตัวคนพิการ ก็จะได้รับการยกเว้นเงินได้นำจนวน 190,000 บาท

ส่วนเงินค่าชดเชยที่ได้รับตามกฎหมายแรงงาน เฉพาะส่วนที่ไม่เกินค่าจ้างหรือเงินเดือนค่าจ้างการทำงาน 300 วันสุดท้าย แต่ไม่เกิน 300,000 บาท แต่ต้องมีระยะเวลาการทำงานน้อยกว่า 5 ปี ส่วนกรณีที่มีระยะเวลาการทำงาน 5 ปีขึ้นไป และเลือกนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้อื่นก็จะได้รับการยกเว้นเช่นเดียวกัน

นายสาธิตได้ให้ข้อมูลค่าลดหย่อนและรายการยกเว้นหลังหักค่าใช้จ่ายว่า ผู้มีเงินได้ไม่ว่าสถานะโสด หรือมีคู่สมรสมจะสามารถหักค่าใช้จ่ายได้ 30,000 บาท โดยผู้ที่มีคู่สมรส หากคู่สมรสไม่มีเงินได้ หรือมีเงินได้แต่เลือกที่จะรวมคำนวณภาษีให้หักลดหย่อนได้ 30,000 บาท

ผู้มีเงินได้ที่มีคู่สมรสจะหักค่าลดหย่อนบุตรได้ ในกรณีที่บุตรที่ไม่ได้ศึกษา หรือศึกษาอยู่ในต่างประเทศ ให้หักลดหย่อนได้คนละ 15,000 บาท แต่หากคู่สมรสทั้งสองฝ่ายเลือกที่จะยื่นแยกภาษีให้หักค่าลดหย่อนบุตรได้คนละ 7,500 บาท แต่กรณีที่บุตรศึกษาในประเทศ ให้หักค่าลดหย่อนได้คนละ 17,000 บาท

สำหรับค่าลดหย่อนกรณีอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา กำหนดว่า บิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และไม่มีเงินได้เกิน 30,000 บาทขึ้นในปีที่ประเมินภาษี แต่ในครอบครัวที่บุตรหลายคนรับเลี้ยงดูบิดามารดาให้บุตรคนใดคนหนึ่งมีสิทธิหักลดหย่อน

ผู้มีเงินได้ยังหักค่าลดหย่อนได้อีก หากจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้บิดามารดา แต่บิดามารดาต้องมีเงินได้ ไม่เกิน 30,000 บาท ในปีประเมินภาษี โดยให้ยกเว้นภาษีเงินได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท

นายสาธิตกล่าวว่า ในปีภาษี 2553 ผู้มีเงินได้ต้องรอบคอบในการคำนวณค่าลดหย่อนต่างๆ เนื่องจากการใช้เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษี ได้มีการเพิ่มเติมกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญเข้ามาไว้ด้วย โดยมีเงื่อนไขว่า หลังจากผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้จากเบี้ยประกันชีวิตแบบอื่นแล้ว ให้ได้รับการยกเว้นเบี้ยประกันบำนาญไม่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีได้อีกไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

แต่เมื่อรวมเงินได้ที่จ่ายสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเงินได้ที่จ่ายสะสมเข้ากองทุน ก.บ.ข. หรือเงินได้ที่จ่ายสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน หรือเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF) เข้ากับเงินยกเว้นจากกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญแล้ว และหลังจากใช้สิทธิเบี้ยประกันชีวิตแบบอื่นแล้ว จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

สำหรับการหักค่าลดหย่อนเบี้ยประกันชีวิตปกตินั้น จะหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท แต่ต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีกำหนดเวลา 10 ปีขึ้นไป รวมทั้งผลประโยชน์ตอบแทนคืนทุกปีจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันรายปี หรือไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันสะสมแต่ละช่วง กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีความคุ้มครองอื่นเพิ่มเติม จะไม่สามารถนำเบี้ยประกันภัยสำหรับความคุ้มครองเพิ่มเติมมาหักลดหย่อนได้

ทางด้านการหักค่าลดหย่อนค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวม RMF นายสาธิตกล่าวถึงเงื่อนไขของการใช้สิทธิว่า ต้องซื้อกองทุน RMF ไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง และจะต้องไม่ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเป็นเวลา 1 ปีติดต่อกัน และต้องมีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 ของเงินได้ที่ได้รับแต่ละปี หรือมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อปี และหากผู้มีเงินได้ซื้อ RMF เกินกว่า 1 กองทุน เงินที่ได้จ่ายไปเป็นค่าซื้อจะต้องมีจำนวนรวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 3 หรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาทต่อปี อย่างไรก็ตาม จะต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ หรือ 500,000 บาทสำหรับปีภาษี

แต่หากผู้มีเงินได้ได้ถือ RMF ไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี นับตั้งวันซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรก และมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ ทุพพลภาพ ผู้มีเงินได้จะไม่ซื้อ RMF ต่อไป หรือจะซื้อ RMF ปีใดปีหนึ่ง และจะซื้อเป็นจำนวนเท่าใดก็ได้ แต่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องซื้อขั้นต่ำร้อยละ 3 หรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาท ต่อไปตามที่กำหนดไว้

ส่วนการใช้สิทธิลดค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) จะต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้พึงประเมินในปีภาษีนั้น เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 500,000 บาท ไม่ว่าจะซื้อ 1 กองทุนหรือซื้อเกินกว่า 1 กองทุน

ดอกเบี้ยซื้อบ้านหัก 100,000 บาท

เที่ยวไทยได้อีก 15,000 บาท

นายสาธิตกล่าวว่า ผู้มีเงินได้ที่มีการกู้ยืมเงิน เพื่อซื้อ หรือเช่าซื้อที่อยู่อาศัย จะได้รับการลดหย่อนภาษีดอกเบี้ยเงินกู้ยืมตามจำนวนเงินที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนกรณีที่ผู้มีเงินได้มีอาคาร หรือห้องชุดในอาคารชุด และใช้อาคารชุดหรือห้องชุดจำนอง การกู้ยืมเงิน โดยมีระยะเวลาจำนองตามระยะเวลาการกู้ยืม เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ในปีที่ขอหักค่าลดหย่อนและยกเว้นภาษีเกินกว่า 1 แห่ง ก็สามารถหักลดหย่อยและยกเว้นภาษีได้ทุกแห่ง

กรณีผู้มีเงินได้หลายคนร่วมกันกู้ยืมให้หักลดหย่อนได้ทุกคนโดยเฉลี่ยตามส่วนจำนวน แต่รวมกันต้องไม่เกินจำนวนที่จ่ายจริงและไม่เกิน 100,000 บาท

ในปีภาษี 2553 นี้ ยังมีรายการค่าลดหย่อนเพิ่มเข้ามาอีกประเภทคือ ค่าการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมีหลักเกณฑ์เงื่อนไขคือ ต้องเป็นผู้มีเงินได้ที่เป็นบุคคลธรรมดา และต้องใช้จ่ายในช่วงวันที่ 8 มิถุนายน 2553 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2553 โดยจะหักค่าลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท

หลายช่องทางยื่นแบบ

เกินกำหนดเจอค่าปรับ1.5%

นายสาธิตกล่าวว่า ผู้มีเงินได้สามารถยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคล ภ.ง.ด.91 เพื่อเสียภาษีเงินได้ปี 2553 ได้ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2554-31 มีนาคม 2554 ผ่านหลายช่องทาง ได้แก่ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ธนาคารพาณิชย์ไทย ทั้งสาขาในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ยกเว้นธนาคารกรุงไทย โดยใช้แบบ ภ.ง.ด.91 ที่พิมพ์ชื่อ วัน เดือน ปีเกิด และที่อยู่ที่กรมสรรพากรจัดทำขึ้นและจัดส่งให้ และในกรณีที่ผู้มีเงินได้ต้องการยื่นผ่านธนาคารกรุงไทย สามารถทำได้ แต่ต้องเป็นการยื่นแบบที่มีเงินภาษีต้องชำระและต้องชำระทั้งจำนวน หรือเป็นแบบที่ไม่มีเงินภาษีต้องชำระหรือขอคืนภาษี

ผู้มีเงินได้ยังสามารถยื่นแบบทางไปรษณีย์ โดยกรมสรรพากรจะถือเอาวันที่ลงทะเบียนไปรษณีย์เป็นวันรับแบบฯและชำระภาษี และจะส่งใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้ยื่นแบบฯทางไปรษณีย์ลงทะเบียน นอกจากนี้ ยังเลือกยื่นแบบฯผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th

สำหรับผู้มีเงินได้ที่ต้องชำระภาษี สามารถชำระด้วยเงินสด หรือด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ แต่ใช้ได้เฉพาะสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในกรุงเทพมหานคร แต่ผู้ถือบัตรต้องชำระค่าธรรมเนียมโดยตรง ซึ่งบัตรที่ใช้ได้คือ บัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย บัตร TAX Smart Card ของธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย รวมทั้งยังสามารชำระเป็นเช็คหรือดราฟต์ได้ด้วย และชำระด้วยธนาณัติ

กรณีที่ภาษีที่ต้องชำระมีจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป ผู้เสียภาษีสามารถขอแบ่งชำระเป็น 3 งวดในจำนวนเท่ากันแต่ละงวด โดยงวดแรกชำระพร้อมกับยื่นแบบภายในวันที่ 31 มีนาคม 2554 งวดที่ 2 ภายในวันที่ 30 เมษายน 2554 และงวดที่ 3 ภายใน 31 พฤษภาคม 2554

นายสาธิตเตือนว่า ผู้มีเงินได้ที่ไม่ชำระภาษีภายในเดือนมีนาคม 2554 จะต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน ของเงินภาษีที่ต้องชำระ และต้องระวางโทษปรับอีกไม่เกิน 2,000 บาท

ขอบคุณข้อมูล จากวารสารการเงินการธนาคาร

No related posts.

Tags:

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*

ขอใบเสนอราคา

ใบคำขอข้อเสนอ

ป้ายกำกับ

10 วิธีการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี กลยุทธ์ประหยัดภาษี การชำระภาษีด้วยวิธีใดบ้าง การบริจาคเงินให้พรรคการเมือง การวางแผนภาษี กินอย่างไร ให้สุขภาพดี ขอผ่อนชำระภาษี ซื้อประกันชีวิต ซื้อประกันชีวิต ลดหย่อนภาษี ซื้อประกันสุขภาพ ซื้อประกันสุขภาพ และซื้อประกันชีวิต ถ้าไม่ชำระภาษีภายในกำหนด ประกันชีวิตแบบบำนาญ ประเด็นการลดหย่อนภาษี ปรุงรสอาหารเืพื่อสุขภาพ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร และเมื่อใด? ภาษีนิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ลดหย่อนภาษี ลดหย่อนภาษีนิติบุคคล ลดหย่อนภาษี ประกันชีวิต ลูกเดือย วางแผนภาษีนิติบุคคล วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา วิธีการคำนวนภาษีเงินได้ สาเหตุที่ต้องทำประกัน สิทธิหักลดหย่อน หน่วยภาษีที่ควรรู้ หน้าที่ยื่นแบบเสียภาษี หลักเกณฑ์ยกเว้นภาษี อาหารต้องห้าม ยามป่วย อาหารเช้า สำคัญต่อสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ เงินได้ที่ต้องเสียภาษี เงินได้พึงประเมินหักค่าใช้จ่ายได้เท่าไร เงินได้พึงประเมินอะไรบ้างที่ได้รับยกเว้นภาษี? เงินได้อะไรบ้างที่ต้องเสียภาษี เงินได้อันเป็นเหตุให้ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีมาจากแหล่งใดบ้าง? เป็นไมเกรน กินอะไรดี เมื่อมีเงินได้เกิดขึ้นแล้วผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องทำอะไรบ้าง? แบบแสดงรายได้ ใครมีหน้าที่เสียภาษี ในการเสียภาษีจะต้องคำนวณภาษีอย่างไร? ไข่ อาหารสุขภาพสำหรับลูก