การประกันชีวิต คือ เครื่องมือทางการเงินชนิดหนึ่ง ที่อาศัยหลักการเฉลี่ยความเสียหายที่เกิดขึ้นจากคนหนึ่งไปยังอีกหลายๆ คน เพื่อให้ภัยที่เกิดขึ้นมีผลกระทบน้อยลงหรือบรรเทาลงนั่นเอง ประกันชีวิตสามารถช่วยแก้ปัญหาต่างๆ อันเกิดจากความไม่แน่นอนของชีวิตหรือความเสี่ยง อันได้แก่ การเสียชีวิต เจ็บป่วย ทุพพลภาพ และชราภาพ อีกทั้งยังนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีเงินได้ด้วย ดังคำกล่าวที่ว่า “ชีวิตมีความเสี่ยง อย่าคิดเลี่ยงทำประกัน ลดหย่อนได้โดยพลัน เริ่มต้นทำวันนี้เลย” รู้อย่างนี้แล้วอย่านิ่งนอนใจ ควรเริ่มทำประกันชีวิตตั้งแต่วันนี้เลยนะครับ
สำหรับคนที่ยังไม่เคยทำประกันเลย ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย คงมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า ฉันจะทำประกันไปทำไม คิดว่าทำไปก็ไม่ได้ใช้ ในเมื่อเรามีความระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา ขับรถยนต์ก็ไม่เคยชน ชีวิตก็ไม่ได้มีความเสี่ยงอะไรมากมาย ทำงานอยู่ในออฟฟิศตลอด จะเสียค่าเบี้ยประกันใหักับบริษัทประกันฟรีๆ ไปทุกปีทำไม รับความเสี่ยงไว้เองดีกว่า แต่ทุกท่านเคยลองนึกดูไหมว่า หากมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นจริงๆ แล้ว บางทีอาจเกิดความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินมูลค่าตามมาก็ได้
ตัวอย่างอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ที่ก่อให้เกิดความเสียหายทั้งในส่วนของชีวิตและทรัพย์สิน รถเก๋งฮอนด้า ซีวิค ขับชนรถตู้โดยสารบนทางด่วนโทลล์เวย์ หน้า ม. เกษตรศาสตร์ ทำให้มีผู้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตจำนวนมาก ผู้โดยสารที่อยู่ในรถตู้คันนั้นเป็นช่วงวัยกำลังเรียน และทำงาน มีความรู้ การศึกษาดี บางคนเป็นนักศึกษา บางคนเป็นอาจารย์ บางคนจบ ดร.จากต่างประเทศ กำลังมีอนาคตที่สดใส มีความสามารถในการหารายได้ และเป็นกำลังหลักของครอบครัว ซึ่งหากคนที่อยู่บนรถโดยสารนั้นทุกคนมีประกัน ครอบครัวของบุคคลเหล่านั้นคงจะได้รับการบรรเทาความเสียใจที่เสียบุคคลที่รักบ้าง เพราะอย่างน้อยก็มีเงินชดเชยที่ได้จากการทำประกันชีวิต หรือประกันภัยมาชดเชยสำหรับอนาคต แต่ถ้าคำตอบคือไม่มีประกัน มูลค่าความเสียหายนอกเหนือจากด้านจิตใจแล้ว ยังส่งผลกระทบทั้งในด้านทรัพย์สิน และรายได้ของบุคคลในครอบครัวตามมาด้วย
การเจ็บป่วย การถูกโจรกรรม การเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต หรือแม้กระทั่งการถูกรถชน เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ล่วงหน้าว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด แล้วทำไมเราต้องรอให้เกิดเหตุการณ์นั้นๆ ขึ้นก่อน แล้วถึงคิดที่จะทำประกัน ในเมื่อการดำเนินชีวิตประจำวันทุกวันนี้ เราพบความเสี่ยงที่อยู่รอบตัวเรามากมาย นอกเหนือจากอุบัติเหตุที่ได้ยกตัวอย่างมา ทั้งในด้านสุขภาพ ทรัพย์สิน หนี้สิน ธุรกิจ อีกทั้งความเสี่ยงนี้จะกระทบไปถึงความมั่งคั่งที่ลดลงของเรา และอาจส่งผลไปต่อบุคคลในครอบครัวที่เรารักอีกด้วย
ก่อนที่จะตัดสินใจทำประกัน หรือ เริ่มต้นทำความคุ้มครองให้กับตัวเองและทรัพย์สินที่มีอยู่ควรทำความรู้จักประกันภัยกันก่อนว่าประกันที่มีในปัจจุบันนั้นมีรูปแบบอย่างไรบ้าง ซึ่งการประกันภัยนั้น สามารถเแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ ประกันชีวิต และประกันวินาศภัย โดยมีรูปแบบประกันชีวิตทั้งสิ้น 4 แบบ ได้แก่
- แบบสะสมทรัพย์ (Endowment) เป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากเป็นกรมธรรม์ที่ได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง คือเสียชีวิตก่อนครบสัญญาก็ได้รับเงิน หรืออยู่ครบสัญญาก็ได้รับเงิน
- แบบบำนาญ (Annuity) เป็นแบบที่เมื่อผู้ทำประกันอายุครบ 55 ปี หรือ 60 ปี จะได้รับเงินคืน (บำนาญ) เป็น รายงวดเท่าๆ กันอย่างสม่ำเสมอจนถึงอายุ 85 ปี หรือมากกว่า และได้รับเงินบำนาญคืนเมื่อได้ชำระเบี้ยประกัน ครบตามสัญญา
- แบบชั่วระยะเวลา (Term) ให้ความคุ้มครองตามวงเงินและระยะเวลาที่กำหนด หากผู้เอาประกันอยู่ครบสัญญาจะไม่ได้ รับเงินใด ๆ ทั้งสิ้น
- แบบตลอดชีพ (Whole life) ให้ความคุ้มครองไปสิ้นสุดเอาตอนที่ผู้เอาประกันเสียชีวิต ไม่ว่าขณะนั้นจะอายุเท่าใดก็ตาม หากอายุครบ 99 ปี หรือ 100 ปี แล้วยังมีชีวิตอยู่ความคุ้มครองก็จะสิ้นสุดลงและบริษัทจะคืนทุนประกันให้กับ ผู้เอาประกันผู้นั้นทันที
รูปแบบประกันวินาศภัย 4 แบบ ได้แก่
- ประกันรถยนต์ (Motor) เป็นการประกันความเสียหายที่เกิดแก่รถยนต์ ได้แก่ ความเสียหายที่เกิดแก่รถยนต์ และ ความเสียหายที่รถยนต์ก่อให้เกิดแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอก รวมทั้งบุคคลที่โดยสารอยู่
- ประกันขนส่งทางทะเล (Marine) เป็นประกันแขนงหนึ่งที่มุ่งหมายจะให้ความคุ้มครองความสูญเสีย หรือความเสียหายที่เกิดจากภัยทางทะเล ในระหว่างการเดินทางหรือการขนส่งทางทะเล โดยจะคุ้มครองทั้งตัวเรือและสินค้าที่อยู่ในเรือ
- ประกันอัคคีภัย (Fire) เป็นการประกันประเภทหนึ่งที่วัตถุเอาประกันภัยเป็นตัวทรัพย์สินโดยตรง ไม่ว่าทรัพย์สินนั้นจะเป็นสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ประเภทสิ่งปลูกสร้าง สามารถที่จะเอาประกันอัคคีภัยได้
- ประกันแบบเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous) ได้แก่ ประกันการเสี่ยงภัยทุกชนิด ประกันความรับผิดชอบต่อบุคคลที่สาม ประกันการโจรกรรม ประกันภัยกอล์ฟ ประกันภัยสำหรับเงิน ฯลฯ
สรุปแล้วการประกันวินาศภัย คือ การที่ผู้รับประกันภัยทำสัญญายินยอมที่จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือชดใช้เงินจำนวนหนึ่งในกรณีที่เกิดความเสียหายเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เอาประกันภัย โดยที่ผู้เอาประกันภัยตกลงจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้รับประกันภัย
ข้อมูลจาก : KWeplan.com
โดย : คนอง ศรีพิบูลพานิชย์
ฝ่ายวางแผนและให้คำปรึกษาสินเชื่อส่วนบุคคล ธนาคารกสิกรไทย
No related posts.


