สำหรับผู้ไม่ต้องการความเสี่ยงจากการลงทุน อีกทั้งต้องการความปลอดภัยของเงินต้นเต็มจำนวนอีกทางเลือกของการลงทุนเพื่อประหยัดภาษี คือ การออมในรูปของเบี้ยประชีวิต โดยผลตอบแทนจะอยู่ในรูปของเงินคืน หรือ เงินปันผล ซึ่งจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแต่ละแบบประกันที่บริษัทประกันชีวิตเป็นผู้นำเสนอ ประกันชีวิตสามารถแบ่งออกได้ 4 ประเภทหลัก คือ แบบสะสมทรัพย์ แบบชั่วระยะเวลา แบบตลอดชีพ แบบบำนาญ ปัจจุบันประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ เป็นที่นิยมมากที่สุดสำหรับคนไทย เนื่องจากได้รับความคุ้มครอง ได้รับเงินคืน และประหยัดภาษีจากเบี้ยประกันที่ได้ชำระไปในปีภาษีนั้น ทั้งนี้สูงสุดหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 100,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่ากรมธรรม์ดังกล่าวจะต้องมีความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และมีการคืนเงินหรือผลประโยชน์ตอบแทนไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี เบี้ยประกันชีวิตแบบดังกล่าวจึงจะสามารถนำเบี้ยประกันมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ปัจจัยหลักในการตัดสินใจทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ มีดังนี้ วัตถุประสงค์ของการออมและความคุ้มครอง


